ปริศนาคำทาย

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ครั้งที่ 6

   คำคล้องจองภาษาไทย                 
                                        1.กระจิบ
                      กระจิบเอย               จิ๊บจิ๊บเจรจา
                 เชิญเจ้าลงมา                 หาน้องหน่อยเอย
                                          2.กระต่าย
                      กระต่ายหูยาว           สีขาวน่ารัก
                 เด็กเด็กชอบนัก             อยากเป็นเจ้าของ
                 ช่วยกันเก็บผัก              หญ้าหักมากอง
                 เอ็นดูประคอง               จับต้องกายา
                                          3.กระต่าย
                      กระต่ายเอย              เจ้าหมายชมจันทร์
                 แลดูอยู่ทุกวัน                พระจันทร์ไม่มาหาเอย
                                     4.การละเล่นของเด็ก
                        แมงมุมเอย             ขยุ้มหลังคา
                 แมวกินปลา                   หมาไล่กัด  กะโพ้งก้น
                 โยกเยกเอย                    น้ำท่วมเมฆ  กระต่ายลอยคอ
                 ไอ้เขียวหางงอ              กอดคอโยกเยก

                        หนึ่งแปะเป็ด         สองแปะไก่
                 สามไข่ไก่                        สี่ไข่เป็ด
                 ห้าตบอก                         หกตบมือ
                 เจ็ดจิ้มจมูก                      แปดลงเวียน
                 เก้าหูยักษ์                         สิบหักนิ้ว
                          นกกาเหว่าเอย        ไข่ให้แม่กาฟัก
                 แม่กาหลงรัก                   เลี้ยงดังลูกในอุทร
                 คาบเอาข้าวมาเผื่อ           คาบเอาเหยื่อมาป้อน
                 ปีกหางเจ้ายังอ่อน           เพิ่งจะสอนบิน
                 พาลูกเที่ยวหากิน            ตามลำธาร

                          วัดเอยวัดโบสถ์      ปลูกข้าวโพดสาลี
                 ลูกเขยตกยาก                  แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี
                 โอ้ข้าวโพดสาลี                ตั้งแต่นี้จะโรยรา
                                             5.การเล่น
                          เวลาเล่นระวังตัว     อย่ามัวแต่เพลิดเพลิน
                  ลงบันไดค่อยค่อยเดิน     อย่ารูดราวบันไดลง
                                              6.กิ้งโครง
                           กิ้งโครงเอย            เข้าโพรงนกเอี้ยง
                  เจ้าของเขาเถียง              เจ้าก็ไม่ฟังเอย
                                           7.กุ๊กไก่
                           กุ๊กไก่เอย               ออกจากไข่
                 แม่ไก่เลี้ยงดู                    เหยี่ยวบินมา
                 พากันวิ่งพรู                    เข้าไปอยู่ใต้ปีกแม่เอย
                                          8.ไก่
                           โอ้ไก่เอยไก่            ใครใครรู้จัก
                 ตัวผู้น่ารัก                       ตัวเมียออกไข่
                ไข่ไก่มีประโยชน์             ไร้โทษใดใด
                 เราควรเลี้ยงไว้                กินไข่ตลอดกาล
                                          9.งูเขียว
                          งูเขียวเอย               ตัวเดียวแลแห
                ไม่ปะตุ๊กแก                      ชะแง้คอยท่า
                 ตุ๊กแกรีบมา                     ให้เรากินตับเอย
                                          10.จำปาจำปี
                          จำปาจำปี                พี่น้องฝาแฝด
                 จำปาสีแสด                      จำปีสีขาว
                 จำปาหน้ากว้าง                จำปีหน้ายาว
                 จำปาชอบหนาว              จำปีชอบร้อน
                 จำปาชอบแดด                 จำปีชอบฝน
                 จำปาซุกซน                     จำปีหนีซ่อน
                 จำปาหัวแข็ง                    จำปีหัวอ่อน
                 จำปานั่งนอน                   จำปีวิ่งวน
                                           11.จิงโจ้
                          จิงโจ้เอย                 เจ้าโล้สำเภา
                 หมาใหญ่ไล่เห่า               เจ้าก็ตกใจเอย
                                               12.จิ้งจก
                          จิ้งจกจกจิ๊กจิ๊ก        หางกระดิกระริกรัว
                 เห็นแมวมันแสนกลัว       รีบไต่ฝาขึ้นเพดาน
                                                13.เจ็ดวันเจ็ดสี    
                           เจ็ดวันฉันนั่งนับ             อาทิตย์รับเริ่มสีแดง
                 วันจันทร์นั้นเปลี่ยนแปลง         เป็นสีเหลืองเรื่อเรืองตา
                 อังคารสีชมพู                            ช่างงามหรูดูทีท่า
                 วันพุธสุดโสภา                          เขียวขจีสีสดใส
                 วันพฤหัสบดี                            ประสานสี  แสดวิไล
                 วันศุกร์ฟ้าอำไพ                        เสาร์สีม่วง  เด่นดวงเอย
                                              14.ชะนี
                           เสียงชะนีโหย             โอดโอยหาคู่
                 วังเวงฟังดู                            ร้องกู่วนเวียน
                 จับกิ่งไว้โหน                        โยนตัวแปรเปลี่ยน
                 เด็กเด็กนักเรียน                    ล่อให้ลงมา
                                            15.ดวงจันทร์
                          ดวงจันทร์                   ยามตะวันลับเหลื่อมภูผา
      ก็ทอแสงนวลงามอร่ามตา              ในฟากฟ้าท่ามกลางหมู่ดวงดาว
                                              16.ดวงดาว
                          ดวงดาวเอย                 วาววาวทอแสง
                 เมื่อเดือนแจ้ง                        แสงดาวจางเอย
                                               17.ดวงอาทิตย์
                           ดวงอาทิตย์                 ดูน้อยนิดแต่แสงแดงฉายฉาน
       ให้แสงสว่างความร้อนอยู่ทุกวาร    มีคุนานับประการแก่ปวงชน
                                               18.ดอกไม้  
                           ดอกไม้                        แลวิไลน่ารักหนักหนา
        สีสดงดงามอร่ามตา                       ล่อแมลงให้มาเชยชม
                                                19.เด็กน้อย
                           เด็กน้อยน้อย               เจ้าค่อยตั้งไข่
           ยังเดินไม่ไหว                              ตั้งใจจดจ้อง
        อย่าด่วนคลาไคล                         ระวังระไวนะน้อง
           หาไม่เจ้าจะร้อง                           เพราะว่าหกล้มเอย    
                                             20.ต้อยติ่ง
                          ต้อยติ่งเอย               งามจริงสีม่วง
          ยามเม็ดเจ้าร่วง                           ลงน้ำดังเปรี๊ยะเอย
                                       21.นาฬิกา
                   นาฬิกาบอกเวลา          นาฬิกาแสนเที่ยงตรง
     นักเรียนทั้งหลายจง                    ตรงเที่ยงอย่างนาฬิกา
22.น้ำตาล
                        น้ำตาลจากต้นตาล        มีรสหวานแหลมชวนชิม
          ต้นตาลที่ตรงริม                         วัดโตนดมีน้ำตาล
                                       23.ฝนตกพรำพรำ
                        ฝนตกพรำพรำ           แม่ดำกางร่ม
         แกเดินก้มก้ม                             อยู่ข้างกำแพง
         ประเดี๋ยวแดดออก                     แกบอกพ่อแดง
         ฉันไม่มีแรง                               หุบร่มให้ที
                                        24.อะไรอยู่ในตู้
                             อะไรอยู่ในตู้        หมูออมสิน
                      อะไรอยู่ในดิน            ก้อนหินใส
                      อะไรอยู่ในไห             ไข่ฟองโต
                      อะไรอยู่ในโถ              แตงโมหวาน
                      อะไรอยู่ในพาน          ลูกตาลสด
                      อะไรอยู่ในรถ             มดตัวใหญ่
                      อะไรอยู่ในไข่             ลูกไก่ดำ
                      อะไรอยู่ในน้ำ             ปลาสามตัว
                      อะไรอยู่ในบัว             ตัวผีเสื้อ
                      อะไรอยู่ในเรือ            เสื้อสีฟ้า
                      อะไรอยู่ในตะกร้า       ปูม้าปูทะเล
                      อะไรอยู่ในเปล           เออ  อะไรหนอ  อ้อตุ๊กตา




 
 

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ครั้งที่ 5

เนสเซล และคณะ (Nessel and Other. 1989) ได้อ้างถึงผลงานวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการทางภาษาของเด็กว่าประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ คือ
 

ระบบเสียง (Phonology)
                   เด็กทารกพยายามเรียนรู้ระบบเสียงในภาษาของตนโดยการออกเสียงหลายๆ ลักษณะ และเริ่มนำเสียงมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้มีความหมาย
ลักษณะคำพูด (Morphology)
              เด็กเริ่มเรียนรู้ว่า การผสมกันของเสียง ทำให้เกิดความหมาย เด็กเริ่มเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ จน
กระทั่งถึงวัยก่อนประถมศึกษา เด็กจะเริ่มเข้าใจกฎของคำ
การสร้างประโยค (Syntax)
                    เด็กเรียนการสร้างประโยคหรือไวยากรณ์ ในขณะที่เด็กเริ่มนำคำมาสร้างเป็นประโยค เด็กจะเข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ เมื่อเด็กเข้าใจประโยคที่มีคำจำนวนมาก เมื่ออายุสองปีถึงสามปี เด็กจะพูดประโยคความเดียวชนิดต่างๆ ได้ เช่น ประโยคคำสั่ง ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม เด็กจะใช้ประโยคที่มีคำเชื่อม หรืออเนกรรถประโยคได้เมื่ออายุ ห้าถึงเจ็ดปี และเด็กจะใช้คำนาม สรรพนาม ได้อย่างถูกต้อง เมื่ออายุประมาณเจ็ดปีจึงจะใช้ประโยคหลายความ หรือสังกรประโยคได้
 ความหมาย (Semantics)
 การใช้ภาษา (Pragmatics)
                   เด็กจะเรียนรู้การใช้ภาษาอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่เด็กอยู่ เด็กที่ย้ายสถานที่ไปอยู่ที่ใหม่ก็จะเรียนรู้ภาษาของสังคมใหม่นั้น
สรุปได้ว่า
                    การเรียนภาษาเป็นกระบวนการต่อเนื่อง เด็กเล็กจะเรียนภาษาพูดและกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งเสียงคำ ประโยค ความหมาย และการนำไปใช้ในขณะที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ ในสิ่งแวดล้อม เด็กจะเปลี่ยนและปรับปรุงการเรียนภาษาของตนเมื่อเข้าเรียนในโรงเรียน  แต่การเรียนภาษาระดับพื้นฐานนั้นจะถูกสร้างขึ้นก่อนหน้านั้น
บราวน์ และคณะ (Brown and Other. อ้างอิงจาก Lindfors. 1980)
             ขั้นแรก    เป็นขั้นสองคำ (the two-word stage) หรือขั้นโทรเลข เพราะหน่วยคำที่เด็กพูดเป็นคำ ที่มี
ความหมายหนักแน่นคล้ายๆ กับคำที่ใช้ในโทรเลข
        ขั้นที่สอง   เด็กจะใช้หน่วยคำทางหลักภาษา มีคำที่เชื่อมต่อกัน และการขยายคำเพิ่มมากขึ้น
        ขั้นที่สาม   เด็กจะใช้ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม และประโยคคำสั่ง ลักษณะ
ของประโยคเหล่านี้จะพัฒนาต่อไปจากขั้นที่สามต่อไปอีกนาน

           ในขณะที่เด็กเรียนเสียงและโครงสร้างของภาษา เด็กจะเรียนรู้ด้วยว่าคำจะมีความหมายขึ้นอยู่กับปริบท (Context) ของการใช้คำนั้นด้วย กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ความหมาย เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และสัมพันธ์กับขั้นตอนพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์
            กล่าวคือ ในขั้นประสาทสัมผัส เด็กจะใช้คำพูดคำเดียวแทนประโยคทั้งประโยค ความหมายของคำขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการใช้คำ เช่น เด็กกำลังเดินหาพ่อ และพูดว่า “พ่อ” มีความหมายว่า “พ่ออยู่ไหน” เมื่ออายุสองถึงเจ็ดปี หรือขั้นก่อนปฏิบัติการ เด็กจะแยกคำออกจากประโยค พร้อมกับใส่ความหมาย ซึ่งสัมพันธ์กับการกระทำที่เป็นรูปธรรม คำว่า บ้าน อาจหมายถึง สถานที่พ่อแม่ แมว และตัวเองอาศัยอยู่ เด็กจะเริ่มตระหนักถึง  ความไม่ชัดเจน หรือความยืดหยุ่นของภาษา แต่เด็กจะเข้าใจต่อเมื่อเด็กมีประสบการณ์รูปธรรมเท่านั้น เมื่ออายุเจ็ดถึง สิบเอ็ดปี ซึ่งเป็นขั้นปฏิบัติการรูปธรรม เด็กจะเข้าใจความหมายได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ต้องการประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมอยู่ เด็กอาจอธิบายคำว่า บ้าน ว่าหมายถึง สถานที่ สำหรับนอน รับประทานอาหาร และให้เพื่อนมาเยี่ยม